User Onlineเป็นผลไม้ที่ให้ผลิตผลทั้งปี นิยมกินเมื่อสุกเพราะมีสีสวย รสหวานอร่อย นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงอุดมด้วยเบตา-แคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินเอช่วยบำรุงสายตา ทั้งยังมีวิตามินซี ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูงรวมทั้งมีเส้นใยอาหารที่ช่วยระบายและแก้อาการท้องผูก
นอกจากจะกินมะละกอสุกเป็นผลไม้สดแล้ว มะละกอดิบก็ยังได้รับความนิยม โดยเฉพาะใช้เป็นวัตถุดิบหลักในอาหารจาน "ส้มตำ" อาหารจานฮิตที่มีขายในแทบจะทุกภูมิภาคของประเทศไทย มะละกอดิบที่จะนำมาทำส้มตำได้อร่อยนั้นควรเลือกมะละกอพันธุ์แขกนวล(แม่ค้าอาจเรียกว่า "มะละกอดำเนินสะดวก" เพราะมีแหล่งเพราะปลูกอยู่ที่จังหวัดราชบุรี) ลักษณะผลยาวและมีเนื้อกรอบเป็นพิเศษ โดยวิธีการเลือกจะต้องเป็นมะละกอดิบแก่หรือเนื้อออกเหลืองนิดๆ ก็ำได้ นำมาปลอกเปลือก ล้างยางออก แล้วสับเป็นเส้น ลองชิมเนื้อมะละกอจะกรอบ ไม่เหนียว ถ้ามะละกอที่ได้มาค่อนข้างสดก็ไม่ต้องนำเส้นมะละกอไปทำอะไรมาก เพียงจุ่มในน้ำเย็นจัดแล้วสงขึ้นทันที ใส่ผ้าขาวบางห่อไว้ วางบนก้อนน้ำแข็ง จะได้เส้นมะละกอที่กรอบนานแต่ถ้ามะละกอที่ได้มาไม่ค่อยสด ให้นำเส้นมะละกอไปแกว่งในน้ำสารส้มผสมเกลือ สงขึ้นใส่น้ำเย็นจัดแล้วสะเด็ดน้ำ ใส่ผ้าขาวบางห่อวางไว้บนก้อนน้ำแข็ง หากเส้นมะละกอเหลือจากการปรับปรุงก็สามารถเก็บใส่กล่องแล้วแช่ไว้ในตู้เย็นได้
นอกจากนี้ยังมาอาหารที่นิยมทำจากมะละกออีกก็คือ "แกงส้ม" และ "แกงเหลือง" โดยวิธีการทำนั้นบางคนจะปรุงด้วยน้ำแกงด้วยน้ำปลา น้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บก่อน แล้วจึงใส่ชิ้นมะละกอผ่านลงไป ปลก็คือจะได้เนื้อมะละกอที่คงตัว ไม่เละ แต่บางคนจะนำชิ้นมะละกอลงไปต้มก่อนแล้วจึงปรุงรส ก็จะได้เนื้อมะละกอที่ค่อนข้างนิ่ม โดยจะเลือใช้วิธีปรุงแบบใดก็ได้ แล้วแต่ความชอบของคนกิน
นอกจากนี้หากใช้มะละกอห่าม (มะละกอดิบที่เริ่มสุกสีออกเหลืองหรือแดง) จะต้องระวังในเรื่องการปรุงรสหวาน เพราะเนื้อมะละกอมีความหวานอยู่แล้วอาจไม่ต้องใส่น้ำตาลปี๊บมากเท่าที่สูตรกำหนดก็ได้
ไม่มีสินค้า
ค่าจัดส่ง
0.00 บาท
รวม
0.00 บาท







